เรื่องที่ควรรู้ก่อนลงทุนเปิด ร้านกาแฟ Slow Bar

1447 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องที่ควรรู้ก่อนลงทุนเปิด ร้านกาแฟ Slow Bar

          การเปิดร้านกาแฟแบบสโลว์บาร์ เป็นทางเลือกใหม่และเป็นทางเลือกที่ดีของคนที่สนใจมีธุรกิจร้านกาแฟเล็กๆ สักธุรกิจ หรือมีเงินลงทุนในการทำร้านกาแฟน้อย นอกจากร้านชานมไข่มุก หรือคาเฟ่ขนาดใหญ่ๆ แล้ว ร้านกาแฟแบบสโลบาร์ก็กำลังเป็นร้านที่อยู่ในกระแสที่ผู้ประกอบการตัวเล็กๆ เริ่มหันมาลงทุนเปิดกิจการ ซึ่งการลงทุนเพื่อ เปิดร้านกาแฟ Slow Bar ไม่ต้องลงทุนกับอุปกรณ์ชิ้นใหญ่ๆ อย่างเครื่องชงกาแฟหรือเครื่องบดกาแฟเลย แต่ก็สามารถทำกำไรให้กับผู้ประกอบการได้ และถึงแม้การเปิดร้านกาแฟจะใช้ต้นทุนในการเปิดร้านน้อย แต่ก็ใช่ว่าคุณจะทำการเปิดได้ตามใจต้องการ เพราะสิ่งสำคัญคือคุณต้องมีความเข้าใจขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับ ร้านกาแฟ Slow Bar ก่อน ร้านกาแฟมีทั้งหมดกี่แบบแล้วร้านกาแฟสโลว์บาร์เป็นแบบไหน เลือกใช้เมล็ดพันธุ์กาแฟในการชงยังไง ส่วนใหญ่เมนูในร้านกาแฟสโลว์บาร์เป็นเมนูอะไร มีวิธีการชงกาแฟอย่างไรถ้าไม่ได้ใช้เครื่องชงกาแฟหรือเครื่องบดกาแฟเลย

ร้านกาแฟ Slow Bar กับคนชอบ Slow Life

          หากคุณมีความตั้งใจจริงที่จะ เปิดร้านกาแฟสโลบาร์ คุณต้องทราบไว้ก่อนเลยว่ากลุ่มลูกค้าของคุณจะเป็นคนที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ ชอบเสพเรื่องราวการทำกาแฟ คนที่ชื่นชอบและหลงใหลในกลิ่นหอมและสัมผัสอันอ่อนนุ่มของกาแฟ ดังนั้นลูกค้าที่จะเข้ามาในร้านกาแฟของคุณจะเข้ามาด้วยความตั้งใจที่จะมาดื่มด่ำรสชาติของเมล็ดกาแฟ การคัดสรรเลือกเมล็ดกาแฟด้วยตนเอง และการชงกาแฟด้วยมืออย่างพิถีพิถันของบาริสต้าที่ทางร้านของคุณเลือกใช้ ลูกค้าจะต้องไม่เร่งรีบ เหมือนกับร้านกาแฟที่ใช้เครื่องชงกาแฟ

อยากเปิด ร้านกาแฟ Slow Bar ต้องเรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง

   1. รู้จักร้านกาแฟ Slow Bar, ร้านกาแฟ Speed Bar หรือร้านกาแฟ Hybrid

          ร้านกาแฟที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ประกอบไปด้วยร้านกาแฟ 3 แบบคือร้านกาแฟสโลวบาร์, ร้านกาแฟสปีดบาร์ และร้านกาแฟแบบลูกผสมคือมีทั้งกาแฟแบบสโลวบาร์และสปีดบาร์อยู่ในร้านเดียวกัน

ร้านกาแฟสโลว์บาร์

ร้านกาแฟที่ไม่เลือกใช้อุปกรณ์ชิ้นใหญ่ๆ อย่างเครื่องชงกาแฟหรือเครื่องบดกาแฟ ส่วนใหญ่จะเลือกชงกาแฟด้วยวิธีการดริป (Drip Coffee) หรือเรียกอีกอย่างว่า Hand Brewing ที่หมายถึงมีวิธีการชงกาแฟด้วยมือ ที่ต้องอาศัยฝีมือและความพิถีพิถัน ฉะนั้นนอกจากจะเรียกการชงกาแฟในรูปแบบนี้ว่า “Slow Coffee” แล้ว เรายังสามารถเรียกกาแฟรูปแบบนี้ว่า “ Craft Coffee” ได้ด้วยเช่นกัน

ร้านกาแฟสปีดบาร์

ร้านกาแฟสปีดบาร์ถือเป็นขั่วตรงข้ามกับร้านกาแฟสโลว์บาร์ เลือกใช้เครื่องชงกาแฟแบบเอสเพรสโซ (Espresso Machine) หรือเครื่องชงกาแฟแรงดัน มีระยะเวลาในการสกัดช็อตแต่ละแก้วจะอยู่ที่ 25 - 30 วินาที และสามารถนำกาแฟช็อตที่สกัดแล้วไปชงทำเมนูกาแฟอื่นๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่นลาเต้ (Latte) คาปูชิโน (Cappuccino) หรืออเมริกาโน (Amerricano)

   2. เลือกเมล็ดกาแฟกับร้านกาแฟสโลว์บาร์

          ร้านกาแฟแบบสโลว์บาร์เป็นร้านกาแฟที่เฉพาะกลุ่ม เป็นร้านกาแฟที่ลูกค้าตั้งใจเข้ามาเพลิดเพลินกับรสชาติของเมล็ดกาแฟ และฝีมือในการชงอย่างพิถีพิถันของบาริสต้า ดังนั้นการเลือกเมล็ดที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญต่อรสชาติที่ร้านกาแฟของคุณจะส่งต่อไปยังลูกค้า เมื่อลูกค้าของคุณเดินเข้ามาในร้าน ลูกค้าจะมองหารายชื่อเมล็ดกาแฟที่บอกแหล่งที่มา และคาแรคเตอร์กาแฟเอาไว้ให้เลือก ซึ่งส่วนใหญ่เมล็ดกาแฟคั่วที่ร้านกาแฟสโลว์บาร์เลือกมาเป็นเมล็ดกาแฟที่ชงให้ลูกค้าดื่มจะมีทั้งเมล็ดกาแฟไทย บาริสต้า บัดดี้ ขอแนะนำ เมล็ดกาแฟน่าน , เมล็ดกาแฟดอยช้างหรือเมล็ดกาแฟเทพเสด็จ หรือเมล็ดกาแฟนอกบาริสต้า บัดดี้ เมล็ดกาแฟเอธิโอเปีย เมล็ดกาแฟโคลัมเบียหรือเมล็ดกาแฟบราซิล และนอกจากเมล็ดกาแฟคั่วที่กล่าวมา เจ้าของร้านกาแฟสโลว์บาร์ก็ยังสามารถทำแบรนด์เมล็ดกาแฟคั่วที่มีรสชาติเฉพาะของตัวเองได้ด้วย ด้วยการทำ oem กาแฟ เพื่อสร้างเรื่องราวให้กับแบรนด์ของตนเอง หากคุณสนใจเมล็ดกาแฟและวิธีทำเมล็ดกาแฟที่เรากล่าวมาทั้งหมดนั้นคุณสามารถหาซื้อและสั่งทำเมล็ดกาแฟคั่วได้ที่บาริสต้า บัดดี้ เพราะบาริสต้า บัดดี้ได้รวบรวมเมล็ดกาแฟที่ดี รสชาติอร่อยเอาไว้ให้คุณแล้ว

   3. เครื่องชงกาแฟของร้านกาแฟสโลว์บาร์

          ร้านกาแฟ Slow Bar ส่วนใหญ่เน้นไปกับความสนุกในการดื่มและเลือกเมล็ดกาแฟ ดังนั้นรสชาติที่ได้จากอุปกรณ์การชงกาแฟก็จะให้รสชาติ กลิ่นและสัมผัสของกาแฟที่แตกต่างกันไป ซึ่งคุณสามารถเลือกอุปกรณ์การชงให้เหมาะกับความถนัดของคุณได้

          เครื่องชงกาแฟแบบสโลว์บาร์หรือ Hand Brewing หลักๆ จะมีแบบทั้งหมด 6 แบบ ดังนี้

1.) Drip Coffee Maker ทำกาแฟแบบหยดหรือแบบดริป

2.) French Press ทำกาแฟแบบเฟรนซ์เพรส

3.) Syphon Coffee ทำกาแฟแบบสูญญากาศ 

4.) MOKA Pot ทำกาแฟแบบหม้อมอคคาพอต

5.) Aeropress ทำกาแฟแบบแอโรเพลส

6.) Cold Brew ทำกาแฟแบบสกัดเย็น

          โดยเครื่องชงกาแฟแบบ Drip Coffee Maker เป็นวิธีชงกาแฟที่ร้านกาแฟสโลว์บาร์เลือกใช้มากที่สุด เพราะสะดวกต่อการใช้งาน ขนาดเล็กและเคลื่อนย้ายสะดวก

   4. เครื่องดื่มเมนูกาแฟในร้านกาแฟสโลว์บาร์

          นอกจากเมนูกาแฟดำแล้ว ร้านกาแฟสโลว์บาร์ก็ยังสามารถสร้างสรรค์เมนูอื่นๆ เพิ่มได้ เหมือนกับร้านกาแฟสปีดบาร์ด้วยเครื่องชงกาแฟแบบ Slow Coffee ยกตัวอย่างเช่น กาแฟดริปอเมริกาโน่, ลาเต้เย็นแบบเฟรนซ์เพรส หรือเดอร์ตี้แบบแอโรเพลส และยังมีเมนูกาแฟอีกหลากหลายเมนูที่คุณสามารถออกแบบเฉพาะให้เหมาะกับสไตล์ร้านกาแฟสโลว์บาร์ของคุณได้อีกด้วย

   5. เรียนชงกาแฟก่อนเปิดร้านกาแฟสโลว์บาร์

          และสุดท้ายแล้วการจะเปิดร้านกาแฟสโลว์บาร์ได้ คุณต้องเป็นคนที่สามารถชงกาแฟได้ด้วย โดยส่วนใหญ่การเปิดร้านกาแฟแบบสโลว์บาร์เจ้าของกับบาริสต้ามักจะเป็นคนคนเดียวกัน เพราะการเปิดร้านกาแฟสโลว์บาร์เป็นร้านกาแฟของคนที่มีงบลงทุนน้อย เป็นร้านกาแฟที่เจ้าของร้านอยากเปิดขายเองเล็กๆ ในบ้านหรือเป็นร้านกาแฟที่เจ้าของอยากเปิดท้ายขายแบบเคลื่อนที่อย่าง Food Truck ดังนั้นก่อนจะลงทุนเปิดร้านกาแฟแบบ Slow Bar เรื่องที่คุณต้องรู้เป็นเรื่องสุดท้ายและเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดคือ วิธีชงกาแฟ ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้วิธีชงกาแฟแบบสโลว์บาร์กับบาริสต้า บัดดี้ได้ โดยลงเรียน คอร์ส POUR OVER (DRIP) ทางบาริสต้า บัดดี้จะสอนความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเมล็ดกาแฟ อุปกรณ์ที่จำเป็น องค์ประกอบของรสชาติที่ดีของกาแฟดริป วิธีการสกัดกาแฟดริปและสอนลงมือดริปกาแฟ พร้อมให้แนวทางเพื่อการดริปกาแฟที่ดีขึ้นให้กับคุณ

ติดต่อสอบถาม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ Line Official คลิ๊ก >> 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้