อาราบิก้าและโรบัสต้า ความแตกต่างแต่ลงตัวที่คอกาแฟต้องรู้

4368 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อาราบิก้าและโรบัสต้า ความแตกต่างแต่ลงตัวที่คอกาแฟต้องรู้
ใครว่ากาแฟ มีแค่สายพันธุ์เดียว โดยหลักทั่วไปแล้ว กาแฟนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ และที่ได้รับนิยมจริง ๆ มี 2 สายพันธ์ุหลัก คือ อาราบิก้า (Arabica) และ โรบัสต้า (Robusta) ซึ่งทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมทั่วโลก และแต่ละพันธุ์ก็มีเอกลักษณ์รสชาติ กลิ่นที่แตกต่างกันออกไป

วันนี้ Barista Buddy จะพาทุกคนไปศึกษาสายพันธุ์กาแฟทั้งอาราบิก้าและโรบัสต้าแบบรู้ลึก รู้จริงกันเลย

เมล็ดกาแฟอาราบิก้า คืออะไร?

เมล็ดกาแฟอาราบิก้า คืออะไร?

เมล็ดอาราบิก้า หลายคนน่าจะคุ้นหูคุ้นตากันดี เป็นเมล็ดพันธุ์กาแฟที่ค้นพบและปลูกกันมาอย่างยาวนาน
ถิ่นกำเนิดถูกค้นพบที่ประเทศเอธิโอเปีย ของทวีปแอฟริกา จนกลายเป็นพื้นเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ที่ไทยเราก็มีอาราบิก้า พันธุ์แท้ 100%  ริเร่ิมจากโครงการหลวงที่มีการพัฒนาชาวเขา โดยนำเมล็ดพันธุ์กาแฟชนิดนี้มาปลูกทดแทนการปลูกฝิ่น มีกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกาให้คำปรึกษาอีกด้วย
พื้นที่ที่ใช้ปลูกอาราบิก้า ต้องอยู่ในที่สูงอยู่ระดับของน้ำทะเลขึ้นไปประมาณ 800 - 1,000 เมตร ทางภาคเหนือของประเทศไทยเช่น จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ สามารถปลูกอาราบิก้าได้ เพราะมีอากาศหนาวเย็น ทำให้เมล็ดอาราบิก้าสามารถเจริญเติบโตขึ้นได้ ซึ่งรสชาติของเมล็ดกาแฟอาราบิก้าจะมีรสชาติที่กลมกล่อม มีความนุ่มนวล และมีปริมาณคาเฟอีนที่ต่ำ ประมาณ 2% ทำให้กาแฟพันธุ์อาราบิก้าได้รับความแพร่หลายและนิยมสูง

เมล็ดกาแฟโรบัสต้า คืออะไร?

เมล็ดกาแฟโรบัสต้า คืออะไร?
มาต่อกันที่เมล็ดกาแฟโรบัสต้ากันบ้าง เมล็ดกาแฟโรบัสต้านั้นเป็นสายพันธุ์กาแฟที่ได้รับความนิยมถึง 20% รองลงมาจากสายพันธุ์อาราบิก้า เมล็ดกาแฟพันธุ์โรบัสต้า เป็นเมล็ดที่ถูกค้นพบหลังอาราบิก้า ค้นพบครั้งแรกบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย นำมาปลูกทดแทนกาแฟพันธุ์อาราบิก้าที่ถูกทำลายจากโรคราสนิม ความพิเศษของเมล็ดพันธุ์ชนิดนี้คือ สามารถปลูกได้ในพื้นที่ต่ำ หรือสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 500 - 600 เมตรเท่านั้น สามารถอาศัยอยู่ในอากาศที่ชุ่มชื้นได้ และทนความร้อนได้ อีกทั้งยังปลูกในพื้นที่ประเทศไทย อย่างจังหวัดในแถบภาคใต้ เช่น ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี ซึ่งเมล็ดกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า มักนำไปผ่านกรรมวิธีเป็นกาแฟสำเร็จรูป เพราะมีปริมาณคาเฟอีนที่มากกว่า 2%
และจุดเด่นของพันธุ์นี้จะมีกลิ่นฉุน และมีความเข้มข้นและขมถูกใจคอกาแฟที่ชอบทานกาแฟเข้มๆ

ความแตกต่างของอาราบิก้าและโรบัสต้า

แม้ว่าทั้ง 2 จะเป็นเมล็ดพันธุ์กาแฟ แต่ก็มีความแตกต่างโดยสิ้นเชิง ทั้งในรูปลักษณ์ รสชาติ และจุดเด่น โดยเราจะมาจำแนกความแตกต่างของอาราบิก้า และโรบัสต้าให้ทุกคนได้ทราบกัน แบ่งแยกความแตกต่างเป็น 3 ประการ ดังนี้

ความแตกต่างด้านรูปลักษณ์

  • อาราบิก้า: รูปทรงเมล็ดจะเรียวยาว ส่วนของแกนกลางจะมีความโค้ง คล้ายกับรูปลักษณ์ตัว S
  • โรบัสต้า: รูปทรงเมล็ดกลม ลักษณะจะรูปทรงมน ส่วนของแกนกลางจะเป็นเส้นตรง

ความแตกต่างด้านรสชาติ

  • อาราบิก้า : จะมีรสชาติหวานเล็กน้อย อีกทั้งยังมีกลิ่นสัมผัสของผลไม้ ละมุนนุ่มลิ้น เมื่อนำไปสกัดเป็นกาแฟและจึงดื่มง่าย ทำให้ทั่วโลกนิยมเมล็ดกาแฟอาราบิก้า
  • โรบัสต้า : รสชาติเข้มข้น ขม หนักแน่นเต็มรสกาแฟ และยังติดรสฝาดเล็กน้อย จึงนิยมนำไปทำเป็นกาแฟสำเร็จรูป

ความแตกต่างด้านสารอาหาร

  • อาราบิก้า : มีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่าโรบัสต้า และยังมีกรดกับน้ำตาลสูงกว่า ทำให้มีรสชาติหวานเล็กน้อย
    เมื่อนำไปสกัดเป็นกาแฟ
  • โรบัสต้า : มีปริมาณคาเฟอีนที่สูง และยังเป็นกรดและระดับน้ำตาลที่น้อย

อาราบิก้าเหมาะกับการชงกาแฟเมนูไหน

ส่วนต่อไปเราจะมาพูดถึงการนำเมล็ดกาแฟประเภทต่างๆ มาชงกาแฟกัน ซึ่งการลิ้มรสชาติกาแฟของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันตามความชอบของการดื่มกาแฟ
ซึ่งเมล็ดกาแฟอาราบิก้านั้นมีรสชาติที่นุ่มละมุน เหมาะกับไปทำเมนูร้อนต่างๆ เช่น ลาเต้นร้อน, คาปูชิโน่ร้อน, มอคค่าร้อน หรือเมนูกาแฟร้อนอื่นๆ เพราะรสชาติที่นุ่มละมุนนี้ จะช่วยเสริมให้เมนูกาแฟร้อนดื่มง่ายขึ้น และได้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์


แนะนำเมล็ดกาแฟอาราบิก้าที่ควรซื้อ

DC Dark จาก BARISTA BUDDY
เมล็ดกาแฟอาราบิก้าจากดอยช้าง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

DC Dark จาก BARISTA BUDDY เมล็ดกาแฟอาราบิก้าจากดอยช้าง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

ราคา 225.- (500 กรัม)

เมล็ดกาแฟอาราบิก้าแท้ 100% คั่วระดับ Dark ส่งตรงจากดอยช้าง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย การเพาะปลูกจะตั้งอยู่ที่ความสูงอยู่ระหว่าง 1,000 – 1,700 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นหนึ่งในแหล่งปลูกกาแฟที่ดีที่สุดในประเทศไทยมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกาแฟชั้นดี ทำให้มีกลิ่นหอม และมีเจือรสเปรี้ยวแบบผลไม้เล็กน้อย เมื่อนำไปสกัดเป็นน้ำกาแฟทำให้รู้สึกชุ่มคอ และกลมกล่อม

โรบัสต้าเหมาะกับการชงกาแฟเมนูไหน

โรบัสต้าขึ้นชื่อว่ามีรสชาติที่คมเข้ม มีบอดี้ที่หนัก ดังนั้นจึงเหมาะกับไปทำเป็นเมนูกาแฟเย็น หรือปั่น เพราะจะช่วยดึงรสชาติกาแฟให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เช่นเมนูอเมริกาโน่เย็น, คาปูชิโน่เย็น และเมนูปั่นอื่นๆ เช่น ลาเต้ปั่น มอคค่าปั่นเป็นต้น


ทั้งนี้ทั้งนั้นรสชาติกาแฟก็เป็นอะไรที่ไม่ตายตัว เพราะแต่ละคนก็จะชอบดื่มกาแฟที่รสชาติแตกต่างกันออกไป บางคนดื่มรสชาติอ่อน บางคนดื่มรสชาติเข้มข้น อีกทั้งบางที่ก็นำทั้งสองเมล็ดกาแฟทั้งอาราบิก้าและโรบัสต้ามาเบลนด์ผสมกัน เพื่อให้ได้รสชาติที่ลงตัว


ต่อไปนี้เราก็สามารถจำแนกเมล็ดกาแฟแต่ละแบบได้ถูกต้องกันแล้ว ทั้งอาราบิก้าและโรบัสก็ต่างมีความแตกต่าง แต่ก็ลงตัว เพราะทั้งสองเมล็ดกาแฟเมื่อนำมาคั่วอย่างดี ก็จะได้รสชาติกาแฟที่ดี ทำให้ทั้งสองเมล็ดกาแฟนี้ กลายเป็นเมล็ดกาแฟที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก


แหล่งอ้างอิง :

https://beanshere.com/posts/robusta-ugly-duckling/
https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/487603
https://amapangkhon.coffee/2020/01/27/goodtaste-arabica/

Powered by MakeWebEasy.com