5 วิธีดื่มชาเขียวให้ได้ประโยชน์มากที่สุด เพื่อสุขภาพที่ดี

137484 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิธีการดื่มชาเขียวให้ได้ประโยชน์ คือแนวทางที่คอชาเขียวทุกคนควรเรียนรู้และทำความรู้จักให้ดี เนื่องจากชาเขียวมีสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรดอะมิโน วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี สารในกลุ่ม xanthine alkaloids คือ คาเฟอีน และธิโอฟิลลีน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า คาเทชิน

การดื่มชาเขียวสามารถให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ เนื่องจากสารสำคัญในใบชาเขียวกลุ่มโพลีฟีนอล ที่ชื่อว่า เคทิชิน (Catechins) จะทำหน้าที่จับกับอนุมูลอิสระและขัดขวางการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยต้านโรคภัยได้มากมาย เช่น ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็งได้ แต่ก็มีหลากหลายความเชื่อเกี่ยวกับสรรพคุณของชาเขียว บ้างถูกบ้างผิด

และในโลก social network สงสัยถึงประโยชน์ของชาเขียวแช่เย็นเพราะเมื่อเทน้ำชาเขียวเย็นลงไปในชามก๋วยเตี๋ยวแล้วจะพบคราบไขมันลอยจับที่ชามก๋วยเตี๋ยวทันที ทำให้ไม่แน่ใจว่าทานแล้วร่างกายจะได้ประโยชน์หรือโทษกันแน่

วันนี้ ฺฺBarista Buddy ผู้เชี่ยวชาญเรื่องชา กาแฟ จะขออาสาพาทุกคนไปดู 5 วิธีการดื่มชาเขียวให้ได้ประโยชน์เอง เพื่อที่ทุกคนจะได้มีสุขภาพแข็งแรงและปลอดโรคภัย ได้ประโยชน์จากการดื่มชาเขียวไปแบบเต็ม ๆ เลย!

ชาเขียว ดื่มอย่างไรได้ประโยชน์

1. ดื่มชาเขียวในปริมาณที่เหมาะสม

เป็นอันรู้กันว่าทุกอย่างหากได้รับมากเกินไปก็จะทำให้เกิดโทษ แต่หากได้รับน้อยเกินไปก็จะไม่เกิดผล งั้นมาดูกันดีกว่าว่าหากเราอยากดื่มชาเขียวให้ได้ประโยชน์แล้วนั้น…ควรจะดื่มสักกี่แก้วกันนะ?

จากงานวิจัยพบว่า การรับประทานชาเขียวให้ได้สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จะต้องชงชาเขียวเข้มข้นแบบญี่ปุ่นและต้องดื่มชาเขียวอย่างน้อยวันละ 20 แก้ว เป็นประจำทุกวัน จึงจะสามารถป้องกันมะเร็งได้ ซึ่งในทางปฏิบัติอาจทำได้ยาก และยิ่งการดื่มน้ำชาเขียวปัจจุบันเป็นชาเขียวที่เจือจาง ทั้งยังปรุงรสแต่งกลิ่นและรสด้วยน้ำตาล ซึ่งหากดื่มมาก ๆ อาจทำให้เกิดโรคอ้วนได้

2. ไม่ดื่มชาเขียวในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดโทษ

การดื่มชาเขียวในปริมาณที่มากเกินไปอาจะให้โทษมากกว่าที่คุณคิด! เพราะในชาเขียวมีสารแทนิน  (Tannin) ที่มีฤทธิ์ฝาดสมานและเป็นสารที่ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย จึงเป็นไปได้ว่าถ้าดื่มชาปริมาณมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวแบบชง หรือ แบบพร้อมดื่ม ก็สามารถทำให้ท้องผูกได้

นอกจากนี หากได้รับชาเขียวมากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดโทษอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการนอนไม่หลับเพราะได้รับคาเฟอีนที่เกินขนาด ทำให้รู้สึกเหนื่อยและหงุดหงิดง่าย แถมอาจทำให้ปวดศีรษะอีกด้วย

3. ดื่มชาเขียวหลังอาหาร

ช่วงเวลาในการดื่มชาเขียวก็มีความสำคัญ เนื่องจากการดื่มชาเขียวในช่วงเวลาที่ต่างกันจะทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้แตกต่างกัน ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ดื่มชาเขียวหลังอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากหากดื่มชาเขียวทันทีอาจทำให้คาเฟอีนและแทนนินไปยับยั้งการดูดซึมอาหารเข้าสู่เซลล์ได้ ทำให้ร่างกายดูดซึมอาหารได้ไม่เต็มที่นั่นเอง นอกจากนี้ ช่วงเวลาอื่น ๆ ที่เหมาะกับการดื่มชาเขียวได้แก่ ช่วงเวลาก่อนเข้านอน 2 ชั่วโมง จะทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดี และช่วงเวลาก่อนออกกำลังกาย

และช่วงเวลาที่ไม่ควรดื่มชาเขียวเลยก็คือตอนที่ยังท้องว่าง เนื่องจากชาเขียวอาจทำให้ร่างกายขับน้ำออกมาจนขาดน้ำได้ ก่อให้เกิดผิวแห้ง ปวดหัว หรือแผลในกระเพาะอาหารได้

4. บีบมะนาวระหว่างชงชาเขียว

ผลการวิจัยทางการแพทย์พบว่าเคล็ดลับการชงชาเขียวให้สารต้านอนุมูลอิสระคงอยู่ ทำได้โดยบีบมะนาวลงไประหว่างชงชา จะสามารถคงประโยชน์ของชาไว้ได้มากที่สุด

5. หลีกเลี่ยงการดื่มชาเขียวกับนม

การปรุงแต่งนมในชาเขียว เช่น นมสด นมข้น หรือนมผงจะทำลายประสิทธิภาพของสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในชาเขียว เนื่องจากโปรตีนในนมจะไปจับกับสารสำคัญในชา ดังนั้น วิธีการดื่มชาเขียวที่มีประโยชน์มากที่สุดก็คือการดื่มชาเขียวแบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเพิ่มเติม และควรปรุงรส แต่งกลิ่น และใส่น้ำตาลให้น้อยที่สุด เพราะอาจก่อให้เกิดโรคอ้วนได้

ผงชาเขียวแนะนำจากเกาหลี: Greentea Powder 15%

เหมาะสำหรับชงเมนูเครื่องดื่มร้อนเย็น ด้วยผงชาเขียวมัชชะเกรดเอ ที่ปรุงมาสำเร็จสามารถชงใส่นมร้อนสามารถดื่มได้ทันที่ สะดวกสบาย และลดขั้นตอนในการชง



และนี่ก็คือ 5 วิธีการดื่มชาเขียวให้ได้ประโยชน์มากที่สุดตามฉบับของ Barista Buddy ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์และโทษ หากดื่มอย่างถูกต้อง ชาเขียวจะสามารถช่วยในเรื่องทำให้ร่างกายสดชื่นหลังดื่ม ช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร และช่วยในเรื่องต่าง ๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตาม ชาเขียวก็มีโทษหากดื่มในปริมาณมากเกินไปเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำให้นอนไม่หลับ หรือเกิดการคลื่นไส้ได้เนื่องจากคาเฟอีน ก่อให้เกิดโรคโลหิตจางจากสารแทนนิน หรืออาจทำให้เกิดท้องผูกได้

เพื่อน ๆ ลองเก็บเคล็ดลับดี ๆ นี้ไว้แล้วลองไปทำตามกันนะ รับรองว่าการดื่มชาเขียวจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและสุขภาพดีขึ้นอย่างแน่นอน!

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้