เลือกแก้วให้เหมาะกับเครื่องดื่ม

159360 จำนวนผู้เข้าชม  | 

MARTINI GLASS   

1. แก้วมาร์ตินี่ (Martini glass) 
ปัจจุบันมีการนำแก้วมาร์ตินี่มาใส่เหล้าค็อกเทล และเหล้าเพียวๆ (Straight up) อย่างแพร่หลายจนยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นแก้วสำหรับยุคสมัยใหม่โดยแท้ ด้วยการออกแบบให้มีก้าน ทรงยาว และมีตัวแก้วไว้ใส่เหล้า ซึ่งค่อนข้างคลาสสิคอีกชนิดหนึ่ง แก้วมาร์ตินี่น่าจะได้มีการเตรียมไว้สองขนาด ก็คือ แบบ Single martini ขนาดความจุ 2-3 ออนซ์ สำหรับใส่เหล้าตัวเดียว และ แบบ Double martini ขนาดความจุ 3-4 ออนซ์ สามารถใส่เหล้าตัวถึง 2-3 ตัว
 
  
    
COCKTAIL GLASS   
2. แก้วค็อกเทล (Cocktail glass) 
เป็นแก้วที่ออกแบบมาไว้ใส่เครื่องดื่มค็อกเทลเป็นหลัก โดยที่ไม่นิยมบรรจุน้ำแข็งลงไป เพรามีความจุเพียง 6-7 ออนซ์ เครื่องผสมหลายๆชนิด หากต้องการเน้นสี และรสชาติที่คงที่จะนิยม ใส่แก้วชนิดนี้
  
    
CHAMPAGNE SAUCER GLASS   
3. แก้วแชมเปญ ซอสเซอร์ (Champagne Saucer glass)
ปัจจุบันเมื่อมีการจัดงานเลี้ยงหรูๆ จะนิยมนำแก้วแชมเปญ ซอสเซอร์ นี้ มาตั้งวางเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ และเมื่อเทสปาร์คกลิ้ง ไวน์ลงมาบนแก้ยอดใบบนสุด น้ำสีเหลืองทองนั้น ก็จะไหลลงมา เหมือนม่านสีทองอำพัน แต่ไม่นิยมนำไปใส่แชมเปญ เพราะจะทำให้ฟองสวยๆ หายไปโดยเร็ว เครื่องดื่มค้อกเทลที่ใช้แก้วนี้ก็มีอยู่เช่น Gimlet, Vimlet ตระกูล Frozen 
  
 
   
TULIP CHAMPAGNE  GLASS   
4. แก้วทิวลิป แชมเปญ (Tulip Champagne glass)
จุดประสงค์หลักก็คือแก้วสำหรับใส่แชมเปญ เพราะต้องการอวดพรายฟองสวยๆ และต้องการเก็บก๊าซในแชมเปญให้นานขึ้น ความจุของแก้วจะประมาณ 6-7 ออนซ์ หากมีการนำไปใส่เครื่องดื่มค็อกเทลก็มักจะเป็นเครื่องดื่ม ที่มีส่วนผสมด้วยสปาร์กกลิ้งไวน์ อยู่ด้วย เช่น Kir Royal
  
    
BRANDY / SNIFTER / BALLOON GLASS   
5. แก้วบรั่นดี (Brandy / Snifter / Balloon glass)
นิยมใช้ใส่บรั่นดีหรือเหล้าตัวเดียวเพียวๆ ที่เน้นด้วยกลิ่นหอม แก้วบรั่นดีนี้ ถูกออกแบบมาให้ถือด้วยฝ่ามือ เพราะต้องการให้มีการถ่าย อุณหภูมิความรัอนจากตัวเราไปสู่แก้ว เมื่อน้ำเหล้าในแก้วอุ่นขึ้น ก็จะส่งกลิ่นหอมพวยพุ่งออกมา เครื่องดื่มค็อกเทลที่ใช้แก้วนี้ก็เช่น B&B Straight-up, Cognac Straight-up, Rusty nail Straight-up 
  
    
LIQUEUR OR CORDIAL GLASS   
6. แก้วลิเคียว / คอร์เดียล (Liqueur / Cordial glass)
แก้วชนิดนี้มีความจุ 1 1/2 - 2 ออนซ์เท่านั้น การใส่เหล้าจึงมีที่ว่างสำหรับ 1-2 ตัวเท่านั้น ส่วนมาก จะเป็นเหล้าลิเคียว เพื่อไว้สำหรับดื่มหลัง หรือก่อนอาหาร แต่ก็มีค็อกเทลบางตัวที่ต้องใส่แก้วลิเคียวนี้ นั่นก็คือ Rainbow, B-52 และการดื่มแบบ Straight-up ทั่วๆไป
  
    
SOUR GLASS   
7. แก้วซาวร์ (Sour glass)
เป็นแก้วที่มีความจุ ประมาณ 4-5 ออนซ์ รูปทรงจะคล้ายกับลิเคียวแต่มีขนาดใหญ่กว่า มีไว้สำหรับการใส่เหล้าพอร์ต และเครื่องดื่มผสมไม่กี่ชนิด เช่น Whisky Sour หรือตระกูลซาวร์ต่างๆ 
  
    
SHERRY GLASS   
8. แก้วเชอร์รี่ (Sherry glass)
เป็นแก้วไวน์ที่มีรูปร่างสะโอดสะอง รู้จักกันดีในประเทศสเปน ชื่อ "copita" ซึ่งก็ถือเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ที่ภาคภูมิใจยิ่งนัก การนำมาใช้สอยก็เพื่อให้เหมาะกับไวน์เชอร์รี่ที่ทำมาจากประเทศสเปนเช่นเดียวกัน ขนาดความจุจะอยู่ที่ 2-3 ออนซ์
  
    
MUG GLASS   
9. แก้วมัก (Mug glass)
เป็นแก้วเบียร์ที่มีหูจับ นิยมนำไปใส่เบียร์สดตามเทศกาล หรืองานเลี้ยงต่างๆ เรื่องของความจุ ไม่น่าจะมีกฏตายตัวลงไป แต่น่าจะขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้า ซึ่งขนาดยิ่งใหญ่ก็จะยิ่งใส่เบียร์ได้มาก เพราะอารมณ์ของลูกค้าอยู่ในช่วงของความผาสุข สนุกสนานอยู่แล้ว และผมเองยังมองไม่เห็นค็อกเทลชนิดใดที่ใช้แก้วนี้ นอกจากน้ำมะพร้าวอ่อนที่เฉาะใหม่ๆ ขนาดความจุโดยประมาณจะอยู่ที่ 10-14 ออนซ์ 
  
    
PILSNER GLASS   
10. แก้วพิลสเนอร์ (Pilsner glass)
เป็นแก้วเบียร์อีกชนิดหนึ่งที่มีการใช้ทั่วไปในภัตตาคาร และร้านอาหารต่างๆ ปากบานๆที่สูงขึ้นมาก็น่าจะเป็นการเปิดฟองของของเบียร์ ให้ผุดขึ้นมาน่ารับประทานยิ่งขึ้น มีค็อกเทลบ้างเหมือนกันที่นิยมใช้แก้วนี้ นั่นก็คือ Shandy, Mimosa และเครื่องดื่มตระกูลเบียร์ต่างๆ มีความจุโดยประมาณอยู่ที่ 10-14 ออนซ์ 
  
    
BOOTH GLASS   
11. แก้วรองเท้าบูธ (Booth glass)
เป็นแก้วเบียร์รูปทรงแฟนซีอีกชนิดหนึ่ง ที่ยังมีใช้อยู่ในบางร้านอาหาร เพราะจะเป็นการสร้างบรรยากาศ และความครื้นเครงได้อย่างสนุกสนานอีกแบบหนึ่ง จะมีความจุอยู่ไม่จำกัด แต่ที่เหมาะสมก็จะอยู่ที่ 16-20 ออนซ์ 
  
    
RED WINE GLASS   
12. แก้วไวน์แดง (Red Wine glass)
โดยปกติแล้ว แก้วไวน์แดงที่เห็นดังรูปนี้ จะเหมาะกับไวน์แดงต่างชนิดกัน แต่โดยภาพรวมก็สามารถใช้ได้ทั่วไป ลักษณะของแก้วที่ดีต้องมีความใหญ่เพียงพอที่จะรินไวน์ได้พอประมาณ 2-3 คำ นั่นก็คือ ห้ามเกินครึ่งแก้วเด็ดขาด เมื่อผู้ดื่มต้องการรับรู้กลิ่นหอม อันอบอวลของไวน์อย่างชัดเจน จะต้องมีการกระตุ้นด้วยการแกว่งแก้ว ฉะนั้นแก้วไวน์แดงที่ดีจะต้องออกแบบมาให้กระทำสิ่งเหล่านี้ได้ ความจุประมาณ 8-10 ออนซ์
  
    
WHITE WINE GLASS   
13. แก้วไวน์ขาว (White Wine glass)
เป็นแก้วที่มีขนาดเล็กกว่าแก้วไวน์แดง คุณสมบัติของแก้วไวน์ขาวคือ ไม่ต้องการให้ไวน์มีการถ่ายเทอากาศมากนักหรือสิ่งที่เราเรียกว่าหายใจ ( breathe ) กลิ่นหอมต่างๆที่อยู่ในไวน์ขาวไม่จำเป็นต้องมีการพัฒนาเมื่ออยู่ในแก้วอีกแล้ว และในทางปฏิบัติเราอาจใช้แก้วไวน์ขาวนี้ใส่ไวน์แดงชนิด House Wine หรือไวน์ที่ขายเป็นแก้วได้เช่นกัน และก็ยังใช้ใส่ค็อกเทลบางชนิดที่มีไวน์ผสมก็ได้เช่น Sangria, Spritzer, Kir ความจุจะประมาณ 7-9 ออนซ์
  
    
BORDEAUX  GLASS   
14. แก้วไวน์บอร์โดซ์ (Bordeaux glass)
ไวน์แดงจากแคว้นบอร์โดซ์นี้ ต้องการเวลา ในการเผยความสมบูรณ์ของกลิ่นต่าง ๆ ที่ได้จากการเก็บบ่มมานานปี ขนาดและรูปทรงต่าง ๆ ต้องเอื้ออำนวยให้ไวน์ได้สัมผัสกับอากาศ มีการปรับตัวและการพัฒนาอีกครั้งหนึ่ง เหมือนเป็นการปลุกให้ไวน์ชั้นดีตื่นจากการหลับใหลจากเวลานานนับปี ส่วนมากจะมีใช้ในห้อง Grill Room ขนาดใหญ่ ความจุจะประมาณ 15-20 ออนซ์ 
  
    
Hurricane Glass   
15.แก้วเฮอลิเคน ขนาด 22 ออนซ์ ใช้ใส่ค็อกเทลทั่วไปที่เน้นปริมาณมาก  เป็นประมาณแก้วแฟชั่น  
    
OLD FASINONED GLASS / ROCK GLASS   
16. แก้วร็อค / โอลด์แฟชั่น (Rock / Old Fasinoned glass)
หลายคนเรียกว่าเป็นแก้วทรงมู่ทู่ สไตล์โบราณๆ นั่นก็ถือว่าถูกต้องครับ เพราะชื่อก็ฟ้องอยู่ทนโท่แล้ว แก้วชนิดนี้นิยมใส่น้ำแข็งก้อน แล้วราดด้วยเหล้าตัวเดียวหรือ 2 ตัว ลงไป ในสไตล์ on the rock ค็อกเทลที่นิยมใช้ก็เช่น Rusty Nail, Black Magic, Black Russian, Godfather ฯ
  
    
HI-BALL / HIGHBALL GLASS   
17. แก้วไฮบอล (Hi-ball / Highball glass)
เป็นแก้วทรงสูงที่มีรูปทรงมาตรฐาน ใช้ได้ในทุกที่ทุกหนทุกแห่ง น่าจะเป็นแก้วที่เรียกได้ว่า Universal Glass เลยทีเดียว มีความจุอยู่ที่ประมาณ 8-10 ออนซ์ เครื่องดื่มผสมที่ใช้แก้วชนิดนี้ ก็เช่น Bloody Mary, Caba Libre, Gray Houd, Tequila Sunrise, Yellow Jacket 
  
    
SLING GLASS   
18. แก้วสลิง (Sling glass)
เป็นแก้วอีกชนิดที่อยู่ในตระกูล Hi-ball แต่ขนาดใหญ่กว่า ซึ่งบางครั้งก็เรียกรวมๆไปเลยว่า Hi-ball มีความจุอยู่ที่ 10-12 ออนซ์ ในการใส่เครื่องดื่มค็อกเทลนอกจากจะใช้คล้ายคลึงกับไฮบอลแล้ว ยังจะเน้นในค็อกเทลตระกูล Sling ทั้งหมด 
  
    
COLLINS GLASS   
19. แก้วคอลลินส์ (Collins glass)
เป็นแก้วที่มีรูปทรงคล้ายคลึงกับ Hi-ball อีกชนิดหนึ่งแต่ใหญ่มากขึ้นกว่า 4 ออนซ์ ในการใช้งานจะนิยมใส่เช่นเดียวกับแก้ว Longdrink แต่ที่เน้นเฉพาะก็คือ ค็อกเทลในตระกูล Collins 
  
    
Longdrink /zombie   
20.แก้วรองดิ้งหรือแก้วซอมบี้ ขนาดบรรจุอยู่ที่ 12 -13. 1/2 oz
นิยมใส่ค็อกเทลสูตรสแตรนดาสทั่วไปเช่นสูตร zombie,maitai เป็นต้น
  
    
   
    
  ที่มา : http://www.bartendercocktail.net/365810-bartender.html  
 
 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้